หนุนต่อ “คนละครึ่ง เฟส 3” แตะ 20 ล้านคน
หลังจากนายกรัฐมนตรี เล็งอาจจะต่อมาตรการ “คนละครึ่ง เฟส 3” หลังจากเฟส 2 จำนวน 5 ล้านสิทธิ มีการลงทะเบียนเต็มอย่างรวดเร็วใน 2 ชั่วโมง ล่าสุด หอการค้าไทย ออกโรงหนุนรัฐบาลต่อมาตรการ “คนละครึ่ง เฟส 3” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในปีหน้า แต่ย้ำไม่ควรให้สิทธิ์ทุกคน โดยเพดานสูงสุดรวมทุกเฟสไม่ควรเกิน 20 ล้านคน
ในเรื่องนี้ นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ภาคเอกชนส่วนใหญ่ต่างออกมาสนับสนุนให้รัฐบาลต่อมามาตรการคนละครึ่ง เฟส 3 หลังจากได้รับการตอบรับประชาชนจากโครงการนี้จากเฟสที่ 1 และ 2 อย่างดี ส่งผลให้มีเงินสะพัด 2-3 รอบในระบบเศรษฐกิจ ประกอบกับไตรมาสที่ 1-3 ปี 2564 การส่งออกและการท่องเที่ยวยังไม่โดดเด่น จึงนำเป็นต้องมีแรงส่ง จากโครงการของรัฐเข้ามาอุดหนุนให้เศรษฐกิจไทยกลับมาเป็นบวกโดยเร็ว
แต่กรอบเพดานที่เหมาะสม ที่รัฐบาลควรเปิดให้ลงทะเบียนเพิ่ม คือ อีกประมาณ 5 ล้านคน ทำให้ตลอดโครงการจะมีผู้ใช้สิทธิ์ไม่เกิน 20 ล้านคน ให้วงเงินต่อคนใกล้เคียงเดิม คือ 3,500 บาท แต่ไม่เห็นด้วยที่จะให้สิทธิ “คนละครึ่ง” กับทุกคน เพราะเชื่อว่ารัฐบาลว่าเป้าหมายของ “คนละครึ่ง”ไว้ชัดเจน ประกอบกับยังมีมาตรการอื่นๆ เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ช็อปดีมีคืน เราเที่ยวด้วยกัน ซึ่งก็ถือว่าเป็นมาตรการที่ออกมากระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนแต่ละกลุ่มตามฐานการเสียภาษี
สำหรับอานิสงค์ของการออกมาตรการต่างๆของรัฐ อย่าง คนละครึ่ง , เราเที่ยวด้วยกัน , ช้อปดีมีคืน และ กำลังฟื้นของภาคเอกชนที่ปรับตัวดีขึ้น ทำให้ หอการค้าไทย คาดว่าปีนี้จีดีพีจะติดลบน้อยลง อยู่ที่ ติดลบ 6.3 % จากเดิมคาดว่าจะติดลบที่ 9.4 % ส่วนปี 2564 ประเมินว่า เศรษฐกิจกลับมาเป็นบวกที่ 2.8 %
ธนาคารกรุงไทย แจ้งว่า สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งเฟส 2 ทั้งหมด 5 ล้านคน ขอให้รอ SMS แจ้งผลลงทะเบียนภายในวันที่ 25 ธ.ค. 2563 ส่วนกรณีที่ผู้ลงทะเบียนคนละครึ่ง เฟส 2 บางส่วน ได้รับข้อความว่าลงทะเบียนไม่สำเร็จ เนื่องจากกรอกข้อมูลไม่ถูกต้อง และข้อความว่าขออภัย จำนวนสิทธิคงเหลือประจำวันเต็ม โปรดลองใหม่อีกครั้งวันพรุ่งนี้ ล่าสุดทางธนาคารกรุงไทยได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว พร้อมแจ้งว่าขอเวลาตรวจสอบข้อมูลก่อน และจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
หลังรัฐบาลถูกวิจารณ์อย่างหนัก สำหรับการลงทะเบียนคนละครึ่ง เฟส 2 ที่เต็มอย่างรวดเร็ว และมีประชาชนจำนวนมากไม่สามารถลงทะเบียนได้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ชี้แจงว่า ที่ผ่านมารัฐบาลมีความต้องการดูแลประชาชนให้ทั่วถึงทุกกลุ่ม ทั้ง ผ่านโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน 14 ล้านคน ที่เพิ่มเงินเดือนละ 500 บาท เป็นระยะเวลา 6 เดือน
โครงการคนละครึ่ง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยมีกลุ่มเป้าหมายไม่เกิน 15 ล้านคน ในขณะเดียวกันยังเป็นการลดการใช้เงินสด ทำให้การดำเนินโครงการโปร่งใส รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยขอยืนยันว่า ระบบการลงทะเบียนและการยืนยันตัวตนของโครงการคนละครึ่ง ซึ่งรวมถึงระบบการส่ง OTP เป็นระบบที่เป็นมาตรฐานสากล โปร่งใส และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการช้อปดีมีคืน เพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศ และสนับสนุนผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษี โดยผู้สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้มีประมาณ 3.7 ล้านคน
ซึ่งนอกเหนือจากมาตรการดังกล่าวแล้ว รัฐบาลยังได้มีการดูแลประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ผ่านมาตรการและสวัสดิการอื่น ๆ ของรัฐ ซึ่งงบประมาณที่ใช้ในการดำเนินมาตรการหรือโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาล มาจากแหล่งรายได้ของรัฐ รวมทั้งเงินกู้ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามปกติ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB